บทที่7 โครงสร้าง(กาย)ทิพย์ 1

โครงสร้างทิพย์

และแล้ว ในที่สุดผมก็มีเวลามาอัพเดทบล็อกจนได้

ขณะนี้ผมเหมาว่าทุกคนคงจะได้อ่านมาถึง6บทแล้ว และถ้าคุณสังเกต ผมจะเน้นให้ค่อยๆฝึกแบบค่อยเป็น
ค่อยไป ซึ่งบางคนก็อาจจะเชื่อผม แต่บางคนคงจะไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นแล้วก็รีบๆข้ามไป ถ้าแบบนั้นผม
ก็ไม่ว่าอะไรคุณหรอกครับ นี่เป็นเรื่องปกติของสัญชาติญานมนุษย์ ที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แต่ในกรณีของ
จิตและพลังจิต ผมต้องทำความเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนเพื่อให้คุณรู้ว่าทำไมเราต้องค่อยเป็นค่อยไปอยู่ดี และ
นั่นคือสิ่งที่ผมจะพูดถึงในบทนี้เรื่องของโครงสร้าง
ก่อนอื่น บางสิ่งบางอย่างสามารถใช้ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวในการจัดการได้ เช่น โจทย์คณิตศาสตร์
การทายปริศนา การสอบข้อเขียน แต่บางอย่างแม้จะเข้าใจแต่เราต้องอาศัยโครงสร้างที่เหมาะสมถึงจะ
จัดการได้ครับ
ยกตัวอย่างเช่น สมมุติหากเราพบคุณยายคนหนึ่งแกเดินได้ช้ามากๆจนน่าสงสาร เราอยากช่วยคุณยาย ก็เลย
เรียกคุณยายมานั่งแล้วบอกวิธีเดินเร็วๆหรือวิ่งเร็วๆของนักกีฬาให้คุณยายฟัง คุณยายเข้าใจได้ไม่ยากครับ
แต่พอเข้าใจแล้วแกก็เดินช้าเหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะอะไรครับ เพราะโครงสร้างแกวิ่งเร็วไม่ได้!!
ไม่เพียงการเดิน แต่กิจกรรมทางกายส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกีฬาหรือการเคลื่อนไหวทุกอย่างต้องอาศัยโครง
สร้างทางกายทั้งหมด นี่ใครๆก็คงเข้าใจ
แต่ในส่วนของจิตนี่สิครับ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่านอกจากกายเราแล้ว ส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่กายเนื้อมันมี
โครงสร้าง สำหรับคนทั่วไปไม่มีโครงสร้างทิพย์ -- เมื่อไม่รู้ว่ามีโครงสร้างย่อมไม่คิดว่าต้องอาศัยโครงสร้าง
ซึ่งนั่นนำพาไปสู่ความเข้าใจผิดมากมาย
เราอาจพบ(หรือเราอาจเป็นซะเอง..อย่าไปบอกใครนะครับ)คนที่คิดว่าพลังจิตเป็นเพียงเรื่องของข้อมูล คือ
หากเรารู้สูตรลับของการอ่านใจ เราก็จะอ่านใจได้ทันที หรือหากเรารู้คาถาที่ถูกเราก็จะสร้างปาฏิหาริย์ได้
ทันที แต่จริงๆแล้ว นอกจากมิติหยาบ นอกจากกายเนื้อ มนุษย์เรายังมีโครงสร้างทิพย์ของแต่ละคน ซึ่งเป็น
เงื่อนไขของการใช้พลังจิตด้วยครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องนี้ตามหลักเท่านั้น แต่เคยทำการทดลอง โดยเชิญคนที่
ไม่เคยฝึกพลังจิตมาแล้วบอกสิ่งที่ผมทำเวลาใช้พลังจิต พวกเขาทำไม่ได้เลยครับ ในขณะที่ผมบอกวิธีเดิม
ให้กับคนที่โครงสร้างพร้อมแต่ไม่เคยใช้พลังจิต ก็พบว่าได้ผลในระดับหนึ่ง
และผมบอกต่อคุณไว้ ณ ที่นี้ ว่าต่อไปคุณจะพบว่าพลังจิตหลายๆประเภทไม่ต้องอาศัยเทคนิคอะไรเลย แค่
โครงสร้างเราทำได้ เราก็ทำได้แล้วครับ
และด้วยลักษณะนี้เอง ที่ทำให้เกิดนักพลังจิตประเภทที่เป็นมาแต่กำเนิด คือไม่มีใครสอนวิชาเหล่านี้ให้เขา
และถ้าถามพวกเขา เขาอาจไม่สามารถตอบได้ว่าเขาทำยังไง แต่เท่าที่เขารู้ เขาทำได้มาตั้งนานแล้ว
แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณเป็นเหมือนผมคือไม่ได้ใช้พลังจิตได้มาแต่แรก แต่คุณอยากทำได้ คุณต้อง
ทำให้โครงสร้างคุณสามารถใช้พลังจิตได้ คุณต้องฝึกโครงสร้างของคุณครับ
เอาล่ะ ถ้าคุณตัดสินใจฝึกโครงสร้างจริงๆแล้วล่ะก็ ตรงนี้มีคำถามเกิดขึ้นสองประการครับ
1.โครงสร้างทิพย์เป็นยังไง
2.แล้วจะฝึกยังไง
1.รูปแบบโครงสร้างทิพย์
น่าเสียดาย ในโลกยุคปัจจุบันความรู้เรื่องเหล่านี้ยังเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ทำให้เรายังไม่มีระบบความรู้เกี่ยวกับ
ระบบโครงสร้างทิพย์ที่เป็นมาตรฐานสากล พูดง่ายๆ ต่างแนวทางก็แบ่งโครงสร้งทิพย์ไว้ไม่เหมือนกันครับ
แต่ก็ยังดีที่ทันมีบางส่วนตรงกัน ซึ่งผมจะบอกคุณไว้ที่นี่ ได้แก่
1.กายเนื้อ อันนี้ผมจะไม่พูดมาก เพราะปัจจุบันมีข้อมูลเยอะเกินไปแล้ว
2.ปราณ/ออร่า ประกอบด้วยจักระหลัก,จักระรอง,เส้นทางเดินหลัก,เส้นลมปราณและจุดฝังเข็มมากมาย
3.อารมณ์ ซึ่งมีโครงสร้างที่แยกต่างหากจากโครงสร้างอื่น ทำให้เรามีการป่วยและการรักษาของอารมณ์ที่
แยกจากกายระดับอื่นๆอีก และหากเราฝึกดีๆ เราสามารถรับรู้ถึงพลังงานทางอารมณ์และสลายพลังงานทาง
อารมณ์ที่เราไม่ต้องการได้ด้วยครับ
4.ความคิด ซึ่งไม่ได้อยู่ในสมอง แต่มีโครงสร้างของมันอีกครับ ผมเคยศึกษาพบเคสหลายเคสที่บุคคลที่
ทางการแพทย์ลงความเห็นว่าพิการทางสมอง(คือโครงสร้างทางสมองเสียหาย) แต่กลับมีความเชี่ยวชาญใน
เชิงวิชาการจนไม่มีคนปกติเทียบเท่าได้ อย่างไรก็ตาม สมองเป็นกลไกของการใช้ความคิด-- แต่ไม่ใช่ที่อยู่
ของความคิด และไม่ใช่ตัวตนของโครงสร้างความคิดครับ
5.กายอื่นๆ เช่น วิญญาณ อัตตา ปรมัตถ์ฯลฯ ซึ่งผมเองยังไม่พบวิธีอธิบายที่เป็นหลักการและเข้าท่าจริงๆจน
ผมเริ่มสงสัยว่ามันอาจไม่มีทางอธิบายได้เลย(?) หากใครมีแนวคิดดีๆ บอกผมหน่อยจะเป็นพระคุณอย่างสูง
2.แล้วจะฝึกยังไง
หลักการง่ายๆ คือฝึกให้ครบทุกโครงสร้างครับ เราต้องออกกำลัง/เหยียด/และผ่อนคลายร่างกายเพื่อฝึกกาย
เนื้อ เราควรฝึกหายใจด้วยวิธีการต่างๆและชำระล้างเพื่อฝึกออร่า เราต้องฝึกอารมณ์ เราต้องบริหารความ
สามารถในการคิด เราต้องแสวงหาความจริงและความบริสุทธิ์ ฯลฯ ซึ่งมีวิธีเยอะแยะเกินจะสาธยายได้หมด
ครับ คุณสามรรถที่จะไปหาวิธีเองได้ โดยผมจะให้หลักการคึอต้องสมดุลย์ วิธีที่ฝึกควรมีการเพิ่มและลด หรือ
การรวมเข้าและระบายออก หรือการทำงานและการพักผ่อน อย่างสมดุลย์กัน เปรียบเสมือนการหายใจ ควร
หายใจเข้าและออกเท่ากันครับ พยายามหลีกเลี่ยงการฝึกที่เน้นทำงานโดยไม่พักผ่อน หลีกเลี่ยงเน้นการเพิ่ม
โดยไม่ลด หลีกเลี่ยงการเก็บสะสมพลังงานโดยไม่ระบาย หรือหากคุณมีวิธีเก็บพลังงานเยอะๆ คุณควรหาวิธี
ปล่อยพลังงานที่เยอะพอๆกันด้วย นอกจากนั้น ทุกๆระดับกายของเราควรจะได้รับการพัฒนาไปด้วยกัน ผม
คงไม่ต้องเตือนว่าอย่าเอาแต่พัฒนากายเนื้ออย่างเดียว และเช่นกันสำหรับกายอื่นๆ ควรฝึกไปด้วยกันด้วย
ครับ
สำหรับผมเอง ผมใช้วิชาชี่กง โดยเฉพาะอี้จินจิง(คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น) ซึ่งผมชอบตรงที่มันฝึกทั้งกาย
ปราณ และจิต ไปพร้อมๆกัน หรือหากใครจะชอบโยคะ ผมก็ว่าดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นสุริยะนมัสการ ปราณ
ยามะรวมถึงพันธะ พวกนี้ดีมากๆต่อการพัฒนาโครงสร้างของเราครับ
อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าถ้าจะสอนอี้จินจิงตอนนี้ มันซับซ้อนและคงใช้เวลาอีกหลายอัพมากๆกว่าจะจบ ดัง
นั้นผมจะสอนชี่กงพื้นฐานที่ง่ายแต่ทรงพลังมากๆ และยังสามารถฝึกจนเห็นความก้าวหน้าไปเรื่อยๆเป็นปีเลย
ครับ
มันคือ ท่านั่งม้า
1.ยืนตรง ผ่อนคลาย(คุณรู้ใช่ใหมว่าผมหมายถึงอะไร) ไม่ต้องใช้เวลามาก สบายๆ
2.แยกเท้าออกให้กว้างเท่าช่วงไหล่ เท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ขนานกัน
3.ย่อเข่าลงเล็กน้อย เมื่อได้ระดับแล้ว เวลาเรามองลงไป ปลายเข่าจะบังปลายเท้าไว้พอดี นิ้วเท้าต้อง
กางออก เท้า(และนิ้วเท้า)กดพื้นให้สนิท ไม่มีการเผยอขึ้น ผ่อนคลายช่วงขา อย่าเกร็ง
4.ตั้งตัวตรง อย่าแอ่นก้นไปด้านหลัง จริงๆมันควรจะงัดมาด้านหน้านิดๆ(นิดจริงๆ)
5.ค่อยๆยกแขนขึ้นข้างหน้า มือหันเข้าหาตัว) อย่ายกศอก หรือถ้าทำได้ให้กางไหล่ออกด้านข้าง(โดยห้ามยก
ไหล่ขึ้นเด็ดขาด)ผ่อนคลายไหล่กับศอก ห้ามออกแรงที่ไหล่เป็นอันขาด เมื่อทำสำเร็จ จะเป็นดังรูป(คุณ
ผู้หญิงชุดขาวด้านล่าง)
6.ถ้าแน่ใจว่าถูกแล้ว ตามองที่ระหว่างมือทั้งสองข้าง
7.หายใจเข้านุ่มๆลึกๆยาวๆ จินตนาการแสงสีขาวแล่นตามลมหายใจเข้า ผ่านจมูก โพรงจมูก หลอดลม ปอด
ผ่านปอดลงไปยังท้อง แล้วไปหยุดที่ท้องน้อยใต้สะดือเล้กน้อย ในท้อง ต่อไปจะเรียกจุดนี้ว่าจุด ตันเถียน
(จุดSEA OF CHI ในภาพ(อยู่ในตัวนะ ไม่ได้อยู่บนผิวหนัง)

8.ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ นุ่มๆ ยาวๆ นึกถึงพลังเสียๆสีดำๆจากรอบๆร่างกายไหลออกไปทางลมหายใจออก
9.ทำซ้ำข้อ 7 กับ 8 ไปเรื่อยๆ จนพอใจ
นี่คือการฝึกหายใจพื้นฐานแบบเต๋า หรืออาจเรียกว่าชี่กงท่านั่งม้า แต่อย่างไรก็ตาม วิชาการฝึกพลังปราณยัง
มีอีกมาก ซึ่งเราจะค่อยๆสอบแบบอื่นๆให้ในคราวต่อไป ซึ่ง...ยากกว่านี้
สรุป
1.พลังจิตไม่ได้อาศัยเพียงความเข้าใจและเทคนิค แต่ต้องมีโครงสร้างที่เอื้ออำนวยด้วย
2.เราสามารถฝึกโครงสร้างให้เอื้อต่อการใช้พลังจิตได้
3.โครงสร้างมีหลายระดับ ที่คนทั่วๆไปไม่เคยรู้เลยว่ามีด้วย เราควรฝึกให้พัฒนาไปด้วยกันทุกระดับ
4.การฝึกโครงสร้าง มีหลักสำคัญคือความสมดุลย์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยานลึกลับใกล้ดวงอาทิตย์ 2

อาวุธพลังจิตในรัสเซีย

การตอบกลับของมนุษย์ต่างดาว